ตร.เลย แถลงข่าวจับหญิงเลยอ้างชื่ือบิ๊กโจ๊กหลอกผู้เสียหายสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท

Last updated: 30 ก.ค. 2565  |  1805 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 ก.ค.65  ณ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดเลย (ศปก.) ชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดเลย อ.เมืองเลย จ.เลย  พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก ภ.จว.เลย  เป็นประธานเปิดแถลงข่าวกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  ผช.ผบ.ตร.สั่งรวบผู้อ้างชื่ือ ผช.ผบ.ตร.หลอกผู้เสียหายหลายราย จะช่วยเอาทรัพย์สินที่ดินคืนจากกลุ่มนายทุนเงินกู้

 
สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบ.ตร./ ผ่อ.ศปน.ตร. และ พล.ต ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. ปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ และ การกู้ยืมเงินที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชน เจรจาไกล่เกลี่ยรับคืนซึ่งทรัพย์สินที่ดิน อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้หาผลประโยชน์ แอบอ้างว่าสามารถพาประชาชนผู้เดือดร้อนในพื้นที่ จ.เลย ไปพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อให้การช่วยเหลือได้ โดยบุคคลดังกล่าว เรียก รับ เงินจากประชาชน อ้างเป็นค่าดำเนินการ

 
พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เลย  พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.5  พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ. 4 พ.ต.อ.วีโรน์ สีน้ำเงิน รอง ผบก.สส.กก.ส  พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ ผกก.สืบสวน บก.สส.ภ.4. พ.ต.อ.ตรีกฤช จงวิไล ผกก.สภ.ปากชม จึงสั่งการเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ภ.จว.เลย และ บก.สส.ภ.4 บูรณการสืบสวนสอบสวน ในคดีนี้ โดยพฤติการณ์นั้น ได้มีประชาชนผู้เสียหาย 6 ราย เข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ปากชม แจ้งว่า เมื่อประมาณปี 2562 กลุ่มผู้เสียหาย ทราบว่า หากใครที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ถูกนายทุนเงินกู้นอก ระบบยึดทรัพย์สินหรือที่ดินไป สามารถไปขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ปราบปรามขบวนการเงินกู้นอกระบบในขณะนั้น ซึ้งตัวผู้เสียหายเองก็ได้รับความเตือนร้อน จากการที่ ได้นำที่ดินไปขาย ฝากกับขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบ จึงประสงค์ที่จะขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ขณะนั้นเองมีคนแนะนำ ให้ทราบว่า นางสุภัทรา อยู่บริบูรณ์ อายุ 41 ปี อยู่ ต.นาดินดำ อ.เมืองเสย จ.เลย สามารถพาไปพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ฯ ได้ ผู้เสียหายจึงติดต่อพูดคุยกับ นางสุภัทรา ซึ้งรับปากว่าจะช่วย แต่จะต้องนำเงินมาให้ก่อนจำนวน 30,000 บาท โดยนางสุภัทรา อ้างว่า จะนำไปให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ฯ ผู้เสียหายทั้งสองราย จึงยินยอมหาเงินมาให้ แต่นางสุภัทราฯ ก็ยังไม่สามารถพาตนไปพบ พล.ต.ท.สุรเขษฐ์ฯ ตามที่กล่าวอ้างได้ ทั้งหลังจากนั้น ก็ยังคงขอให้ นำเงินมาให้เพิ่มอีกหลายครั้ง รวมทั้งสิ้นแล้ว ทั้งสองราย สูญเงินไปกว่า 1 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงเข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ปากชม ดำเนินคดีกับ นางสุภัทรา

 

จากการสืบสวน พบว่านางสุภัทรา เคยเป็นผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.สุรเซษฐ์ฯ จนได้ทรัพย์สินที่ดินคืนจากนายทุนเงินกู้เช่นกัน  แต่กลับมีพฤติการณ์ในการแอบอ้างชื่อของ พล.ต.ท.สุรเซษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปหลอกลวงประชาชน ให้หลงเชื่อว่าสามารถพาไปพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และจะได้รับการช่วยเหลือ นำเอาทรัพย์สินที่ดินคืนจากนายทุนเงินกู้นอกระบบได้ ซึ่งมีประชาชนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้มีประชาชนผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์แล้ว 2 ราย ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเลย ออกหมายจับ นางสุกัทรา ในความผิดข้อหา "เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้า พนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิตกฎหมายให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด " ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน  5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประมวลกฎหมายอาญา ได้จับกุมตัว นางสุภัทรา นำตัวส่งพนักงานสอบสาน สภ.ปากชม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ จะทำการสืบสวนขยายผล ติดตาม ผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูก นางสุภัทรา หลอกลวงตามในลักษณะเดียวกันนี้ เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากพฤติการณ์ในคดีตังกล่าว เป็นอีกครั้งที่พบการกระทำผิด ในกรณีที่มีการแอบอ้างชื่อกระผม เพื่อสร้างความนำเชื่อถือในการหลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อให้หลงเชื่อว่าตัวผู้กระทำผิดสามารถช่วยเหลือในการดำเนินการ ตามที่ผู้เสียหายต้องการได้ กระผมขอยื่นยันว่า กระผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับรู้เกี่ยวกับการเนินการใดๆ ในการกระทำผิดในกรณีนี้แต่อย่างใดกรณีที่ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ กรณีปล่อยเงินกู้นอกระบบยึดทรัพย์สินและที่ดินไป สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ผ่านช่องทางสายด่วน 1599 หรือแจ้ง ความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจทุกท้องที่ได้ทั่วประเทศ และอยากจะประชาสัมพันธ์ให้ทั้งสื่อมวลชนและประชาชนได้ทราบว่า กระผมขอย้ำว่า กระผมไม่มีนโยบายในการแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายด้วยวิธีใดๆ แน่นอน ซึ่งหากพบกรณีแอบอ้างอีก จะสั่งการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกรายจนถึงที่สุด

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้